เช็กด่วน! ก่อนตกเป็นเหยื่อ “บัญชีม้า” จากประกาศรับสมัครงานออนไลน์

เช็กด่วน! ก่อนตกเป็นเหยื่อ “บัญชีม้า” จากประกาศรับสมัครงานออนไลน์. 1. สังเกตกลลวงของมิจฉาชีพ โฆษณางานง่าย รายได้สูงเกินจริง อ้างว่าไม่ต้องมีประสบการณ์ ทำงานที่บ้านก็ได้เงิน โพสต์รับสมัครผ่านโซเชียลมีเดีย กลุ่มหางาน หรือส่งข้อความมาชักชวนโดยตรง. 2. วิธีที่มิจฉาชีพหลอกให้เป็นบัญชีม้า หลอกให้เปิดบัญชีธนาคาร โดยอ้างว่าใช้รับเงินเดือน รับเงินลูกค้า หรือเป็นบัญชีสำหรับทดลองงาน หลอกขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น บัตรประชาชน ภาพใบหน้า หรือข้อมูลยืนยันตัวตน เพื่อนำไปเปิดบัญชีออนไลน์ หลอกขอข้อมูลการเข้าใช้งานบัญชี เช่น Username, Password, PIN หรือรหัส OTP. 3. เมื่อบัญชีของคุณถูกนำไปใช้ ถูกใช้เป็นเส้นทางรับ-โอนเงินจากการหลอกลวงประชาชน เชื่อมโยงกับการฟอกเงินจากธุรกิจผิดกฎหมาย เช่น เว็บพนันออนไลน์ ยาเสพติด หรือการค้ามนุษย์ กลายเป็นเครื่องมือของขบวนการอาชญากรรม โดยที่คุณอาจตกเป็นผู้ต้องหา. 4. ผลทางกฎหมายและผลกระทบ อาจมีความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน มีโทษจำคุก 1–10 ปี หรือปรับ 20,000–200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อาจถูกดำเนินคดีในความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ฉ้อโกงประชาชน มีประวัติอาชญากรรม ส่งผลกระทบต่อการสมัครงาน การทำธุรกรรม และโอกาสในอนาคต เสียทั้งอิสรภาพ ชื่อเสียง และอนาคต เพียงเพราะหลงเชื่อคำว่า “งานง่าย เงินดี”. แจ้งความออนไลน์www.thaipoliceonline.go.th สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง

ลูกหลานต้องช่วยกัน ! เพราะรุ่นนี้คือเป้าหมายหลัก จากแก๊งลวงให้รักแล้วหลอกโอนเงิน

ลูกหลานต้องช่วยกัน ! เพราะรุ่นนี้คือเป้าหมายหลัก จากแก๊งลวงให้รักแล้วหลอกโอนเงิน.ตำรวจไซเบอร์เตือนภัยประชาชนที่มีญาติเป็นผู้สูงวัย อย่าลืมหมั่นตรวจสอบการใช้โซเชียลมีเดีย เพราะบุคคลที่เรารัก อาจกำลังตกเป็นเหยื่อของ Romance Scam . มิจฉาชีพมักใช้รูปโปรไฟล์ที่สร้างจาก Ai ปลอมเป็นหนุ่มต่างชาติ หล่อ ดูรวย จากนั้นจะโพสต์ภาพลงกลุ่มที่มีสมาชิกส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัย เพื่อล่อเหยื่อให้มาติดกับ. ต่อมา เริ่มทักแชทหาเพื่อตีสนิท ก่อนชวนแอดไลน์ แล้วป้อนคำหวาน ทำให้เหยื่อหลงรัก สุดท้ายปิดจ๊อบด้วยการอ้างเหตุผลต่าง ๆ เพื่อขอให้เหยื่อโอนเงิน เช่น อ้างป่วย ส่งของมาให้แต่ติดด่าน หรือ อยากลงทุนสร้างอนาคตร่วมกัน เป็นต้น.เห็นญาติผู้ใหญ่คุยกับคนแปลกหน้าออนไลน์ หรือ เห็นผู้สูงไวคอมเมนต์ในกลุ่มต่างๆ ที่อาจตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพออนไลน์ โปรดอย่าดุ อย่าขำ แต่เราต้องช่วยกันเช็ก ก่อนเงินท่านจะถูกโอน 

ระวังมิจฉาชีพฉวยโอกาสสร้างเรื่องเท็จ

ระวังมิจฉาชีพฉวยโอกาสสร้างเรื่องเท็จ แอบอ้างสถาบันเบื้องสูง หรือหน่วยงานราชการ โดยการโพสต์ข้อความหรือส่งแชทส่วนตัว หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อร่วมทำบุญหรือสมทบทุนในงานพระราชพิธีต่างๆจุดสังเกตและพฤติกรรมของมิจฉาชีพ:• ใช้บัญชีส่วนบุคคล: บัญชีที่รับโอนมักเป็นชื่อบุคคลธรรมดา (นาย/นาง/นางสาว) ไม่ใช่บัญชีของหน่วยงานรัฐหรือองค์กรที่ถูกต้อง• ปลอมแปลงเอกสาร: มีการทำเอกสารราชการปลอมเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ• เร่งรัดให้โอน: มักใช้คำพูดโน้มน้าว หรืออ้างความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อให้เหยื่อไม่มีเวลาตรวจสอบ วิธีรับมือและป้องกัน:• “ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน” หากพบเห็นข้อความเชิญชวนในลักษณะนี้• ตรวจสอบแหล่งที่มา: ติดตามข่าวสารและการประกาศจาก “สำนักพระราชวัง” หรือ หน่วยงานของรัฐผ่านช่องทางที่เป็นทางการเท่านั้น• อย่าแชร์ต่อ: เพื่อป้องกันไม่ให้ข่าวปลอมแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่นหากพบเห็นพฤติกรรมหลอกลวง หรือตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สามารถติดต่อได้ที่ แจ้งความออนไลน์www.thaipoliceonline.go.th

ระวัง! หลอกประมูลการ์ดเกม สูญเงินไม่รู้ตัว

ระวัง! หลอกประมูลการ์ดเกม สูญเงินไม่รู้ตัว ช่วงนี้มิจฉาชีพแฝงตัวในกลุ่มประมูลการ์ดเกมออนไลน์ โดยเฉพาะผ่าน บ้านฟ้า ใช้วิธีสร้างการประมูลปลอม พร้อมมี แอดมินปลอม หน้าม้าปลอม และผู้ประมูลปลอม คอยสร้างความน่าเชื่อถือเมื่อเหยื่อชนะการประมูลและโอนเงินแล้ว มิจฉาชีพจะอ้างว่า “โอนผิดขั้นตอน” “ระบบยังไม่สมบูรณ์” “ต้องโอนเพิ่มเพื่อยืนยันรายการ” ก่อนโอนทุกครั้ง• ตรวจสอบประวัติผู้ขาย• อย่าหลงเชื่อคำอ้างให้โอนเงินซ้ำ• หากถูกเรียกให้โอนเพิ่ม ให้หยุดทันที• เก็บหลักฐานการสนทนาและสลิปโอนเงิน

สภ.บ้านโสร่ง ช่วงสงกรานต์เข้มงวดแน่นอง

“ไม่ได้อยากปรับ…แค่อยากให้ขับดีๆ เคารพกฎจราจรไว้ก่อน ปลอดภัยกว่าเยอะ” ช่วงสงกรานต์เข้มงวดแน่นอง ตักเตือนแล้วน่ะ อย่าให้มีครั้งที่สอง ครั้งที่สามนี้ไม่ควรเลย ความห่วงใยจาก สภ.บ้านโสร่ง

ประกาศรับสมัคร “ตำรวจเกษียณจิตอาสา”

ประกาศรับสมัคร “ตำรวจเกษียณจิตอาสา” สถานีตำรวจภูธรบ้านโสร่ง ด้วยสถานีตำรวจภูธรบ้านโสร่ง มีความประสงค์เปิดรับสมัครข้าราชการตำรวจที่เกษียณอายุราชการแล้ว เข้าร่วมโครงการ “ตำรวจเกษียณจิตอาสา” เพื่อร่วมเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือราชการ ดูแลชุมชน และเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านความปลอดภัยในพื้นที่ โดยอาศัยองค์ความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ในการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ผู้เข้าร่วมโครงการจะมีบทบาทในการปฏิบัติงานด้าน ชุมชนสัมพันธ์ (Community-Oriented Policing : COP) รวมถึงงานอื่น ๆ ภายในสถานีตำรวจ และจะเป็นส่วนหนึ่งของ โครงการอาสาสมัครตำรวจบ้าน คุณสมบัติผู้สมัครเบื้องต้น -เป็นข้าราชการตำรวจที่เกษียณอายุราชการแล้ว อายุไม่เกิน 70 ปี -มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ -มีความประพฤติดี เป็นที่ยอมรับของชุมชน และมีจิตอาสา -ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสถานีตำรวจภูธรบ้านโสร่ง หรือพื้นที่ใกล้เคียง ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามและสมัครได้ที่ สถานีตำรวจภูธรบ้านโสร่ง ในวันและเวลาราชการ

แอปพลิเคชัน Police Care

แอปพลิเคชัน Police Care ทำหน้าที่เป็น “หน้าหลักบริการประชาชน” รวมฟังก์ชันที่ประชาชนใช้งานบ่อย อาทิ การค้นหาบริการและข่าวสาร การติดตามข่าวและประกาศสำคัญจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การเตรียมตัวเข้าแจ้งความ การให้ความรู้ด้านกฎหมายที่ประชาชนควรรู้ รวมถึงข้อมูลสถานีตำรวจและการติดต่อสายด่วนต่างๆ ทั่วประเทศ นอกจากนี้ ภายในแอปยังมีเมนูสำคัญด้านความปลอดภัย เช่น การร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ การแจ้งเบาะแสยาเสพติดผ่านสายด่วนป.ป.ส. ตลอด 24 ชั่วโมง ระบบ “ฝากบ้านไว้กับตำรวจ” เพื่อดูแลความปลอดภัยในช่วงที่ประชาชนไม่อยู่บ้านรวมถึงการแสดงข้อมูลจราจรและคำแนะนำการเดินทางในช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น ปีใหม่และสงกรานต์ หนึ่งในฟังก์ชันที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง คือ เมนู แจ้งอายัดบัญชีด้วยตนเอง ซึ่งได้รวบรวมเบอร์ศูนย์ Hotline (AOC) ของธนาคารทุกแห่ง เพื่อให้ผู้เสียหาย จากอาชญากรรมออนไลน์สามารถติดต่ออายัดบัญชีได้ทันที ลดความเสียหายและเพิ่มโอกาสในการติดตามทรัพย์สินคืน”สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่าPolice Care ไม่ใช่เพียงแอปข่าวสารแต่เป็นเครื่องมือเชิงปฏิบัติที่ช่วยเชื่อมโยงประชาชนกับตำรวจอย่างใกล้ชิดโปร่งใส และทันสถานการณ์ สอดรับกับนโยบายตำรวจดิจิทัลที่มุ่งเน้นการบริการประชาชนเป็นศูนย์กลาง”

“ฝากบ้านไว้กับตำรวจ“

เริ่มแล้ว “ฝากบ้านไว้กับตำรวจ“ ปีใหม่ 2569 เดินทางท่องเที่ยวปลอดภัย อุ่นใจหายห่วง “ฝากบ้าน” ให้ตำรวจดูแล เริ่ม 22 ธันวาคม 2568 – 5 มกราคม 2569 2 ช่องทางฝากบ้าน 1. แจ้งผ่านแอปพลิเคชัน “ฝากบ้าน” ดาวน์โหลดผ่าน App store และ Google play เท่านั้น 2. ติดต่อโดยตรงที่สถานีตำรวจในพื้นที่บ้าน กรอกแบบฟอร์มฝากบ้านกับตำรวจ สอบถาม แจ้งเหตุ โทร.191 หรือ 1599 #ฝากบ้านกับตำรวจ #ปีใหม่2569 #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เตือนภัย “ข้าราชการบำนาญ”

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัย “ข้าราชการบำนาญ” เดือนธันวาคมสแกมเมอร์พุ่งเป้าสูงวัย อุบายอัปเดตข้อมูล รับสิทธิ ลวงติดตั้งแอปพลิเคชันควบคุมโทรศัพท์ หลอกโอนเงินสูญนับล้าน

นำสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ไปแลกเงินสด โดยไม่มีการซื้อขายจริง เข้าข่ายฉ้อโกง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือน นำสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ไปแลกเงินสด โดยไม่มีการซื้อขายจริง เข้าข่ายฉ้อโกง มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับ 60,000 บาท.พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน ที่อาจกระทำความผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จากการนำสิทธิในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เนื่องด้วยในห้วงวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้จัดให้มีโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าครองชีพ ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัว ผ่านวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น.โครงการคนละครึ่งในอดีตที่ผ่านมา (ระหว่างปี พ.ศ. 2563 ถึง 2564) ได้พบพฤติการณ์ของประชาชนและร้านค้าบางส่วน ใช้สิทธิอย่างไม่ถูกต้อง นำสิทธิไปแลกเงินสดสมรู้ร่วมคิดในการใช้สิทธิโดยไม่มีการซื้อขายสินค้าจริงถือเป็น “การแสดงข้อความอันเป็นเท็จ” และเข้าข่ายความผิดฐาน “ฉ้อโกง” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อาจถูกระงับสิทธิไม่ให้เข้าร่วมโครงการอื่นของรัฐ และยังต้องชดใช้คืนเงินให้รัฐอีกด้วย.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอเตือนพี่น้องประชาชนที่ได้รับสิทธิคนละครึ่งพลัส ห้ามนำสิทธิดังกล่าวไปขายต่อให้กับบุคคลอื่น หรือใช้สิทธิโดยไม่มีการซื้อ-ขายสินค้าจริง เนื่องจากเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมาย.และหากพี่น้องประชาชนพบเห็นพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าว สามารถแจ้งเบาะแสการทุจริตได้ที่ สายด่วน 191 หรือ สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง#คนละครึ่งพลัส#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ